รีวิว แท็บเล็ต

รีวิว ASUS PadFone สุดยอดสมาร์ทโฟนแปลงร่างได้ 3 ขั้น [Part 1 : แกะกล่อง+ฮาร์ดแวร์]

Posted by NutYo

18 June 2012 04:09 13706 View 0 Replies

สวัสดีครับเเพื่อนๆชาว SiamTab วันนี้ผมมีสมาร์ทโฟนเจ๋งๆนามว่า ASUS Padfone มารีวิวให้เพื่อนได้ชมกันครับ โดยความพิเศษของเจ้าตัวนี้ก็คือ สามารถแปลงร่างได้ 3 ขั้นเลยทีเดียว (แปลงเป็นแท็บเล็ต+คีย์บอร์ดได้) และที่สำคัญตัว Padfone ตัวนี้มาพร้อมสเป็คที่น่าสนใจ(ชิพประมวลผล Qualcomm Snapdragon S4) รวมไปถึงมีรูปร่างและดีไซน์ที่สวยงามอีกด้วย จะน่าสนใจแค่ไหน เราไปดูกันเลยครับ
 

 

สเป็คและรายละเอียดเบื้องต้นของตัว Padfone
- รองรับ 3G ที่คลื่นความถี่ 900/2100MHz (ในไทยก็เป็น AIS กับ TOT)
- รองรับ EDGE/GPRS/GSM ที่คลื่นความถี่ 850/900/1800/1900MHz
- หน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว Super AMOLED qHD (960 x 540) 
- ชิพประมวลผล Qualcomm 8260A Cortex A15 (Snapdragon S4 ซีพียู dual-core ความเร็ว 1.5 GHz)
- แรม 1GB 
- ความจุ 16GB มีช่องเสียบ microSD Card (ใส่เพิ่มได้สูงสุด 32GB)
- เชื่อมค่อ WiFi 802.11b/g/n, Bluetooth 4.0
- มีช่องเสียบ microHDMI และ microUSB
- ระบบปฏิบัติการ Android 4.0 (Ice Cream Sandwich)
- กล้องหลัก 8 ล้านพิกเซล มี autofocus และ LED flash (บันทึกวิดีโอความละเอียด 1080p fullHD ได้)
- กล้องหน้า VGA 
- มาพร้อมเซนเซอร์ Accelerometer, proximity, ambient light, gyroscope, e-compass
- มี GPS ในตัว
- แบตเตอรี่ความจุ 1520mAh 
- ขนาดตัวเครื่อง 128 x 65.4 x 9.2 มม. หนัก 128 กรัม

รายละเอียดของตัว Padfone Station (ตัวแท็บเล็ต)
- หน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว  (1280 x 800) 
- กล้องหน้าความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล
- มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.
- มาพร้อมลำโพงคุณภาพเสียง SonicMaster 
- แบตเตอรี่ขนาด 6600mAh (สามารถชาร์ตัว Padfone ได้ด้วย)
- ขนาดตัวเครื่อง 273 x 176.9 x 13.5 มม.
- น้ำหนัก 716g (ไม่รวมตอนรวมร่างกับ Padfone)


Unbox + Hardware 

ก็พอทราบสเป็คกันคร่าวๆไปแล้ว ต่อมาเรามาแกะกล่องเจ้า Padfone กันก่อนเลยละกัน แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ตัวที่ได้มารีวิวนั้นจะมาพร้อมกับอุปกรณ์ครบทุกชิ้นเลยทีเดียวทั้งตัว Padfone Station(ตัวแท็บเล็ต), Padfone Station Dock (ตัวคีย์บอร์ด), ปากกา Stylus ที่สามารถใช้เป็นโทรศัพท์ได้(เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth) แต่ตัวที่จะขายรู้สึกว่าจะเป็นตัวสมาร์ทโฟน+แท็บเล็ตเท่านั้น ถ้าอยากได้พวกคีย์บอร์ดหรือปากกาอาจต้องซื้อเพิ่ม (ยังไงรอดูทาง ASUS ประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง) ลองไปชมภาพตัวเครื่องกันเลยครับ
 
ปล.ตัวเครื่องที่ได้มารีวิวนั้นอาจมีกล่องไม่ครบ และปากกา Stylus กับเคสก็เพิ่งได้ตามทีหลังด้วยครับ(เลยต้องถ่ายแยกมาทีหลัง)

เริ่มที่ตัว Padfone

 
เปิดฝากล่องมาก็เจอตัวเครื่องทันที
 
ในกล่องก็จะมี ตัวเครื่อง, คู่มือการใช้งาน, สายดาต้า, อะแดปเตอร์, หูฟังสมอลทอล์ค และยางหูฟังสำรอง
 
ขนาดเมื่ออยู่บนมือก็กำลังโอเค
 
มาพร้อมดีไซน์แบบไร้ปุ่ม ด้านล่างมีแค่โลโก้ ASUS  ดูสวยงามไม่น้อยเลย
 
กล้องหน้าก็ให้ความละเอียดมาที่ VGA  
 
ตัวเครื่องที่บางเพียง 9.2 มม. ดีไซน์ที่คล้ายหยดน้ำ(ด้านบนหนา ด้านล่างบางเฉียบ)
 
ด้านบนมีปุ่ม Power และช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.
 
ด้านล่างมีแค่รูไมโครโฟนเท่านั้น
 
อีกฝั่งก็มีเพียงปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงเท่านั้น
 
  
ฝาหลังจะเป็นพลาสติกที่จับแล้วไม่ลื่น ไม่มีรอยนิ้วมือ พร้อมกล้อง 8 ล้านที่มาพร้อม LED Flash 
 
  
ฝาหลังสามารถเปิดได้ เมื่อเปิดมาก็พบช่องใส่ซิมขนาดปกติและช่องใส่ microSD Card

Padfone Station 
 
ตัว Padfon Station ก็มีขนาด 10.1 นิ้ว ก็ค่อนข้างหนาและหนักกว่าแท็บเล็ตทั่วไปพอสมควร
 
กล้องความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล
 
มีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. และที่เห็นถัดมาก็จะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง
 
ด้านบนก็มีสวิทซ์สำหรับเปิดฝาเพื่อประกอบตัว Padfone เข้าไป ,ถัดมาก็เป็นปุ่ม Power
 
ด้านหลังจะมีช่องที่มีขนาดเท่าตัว Padfone
   
ลองรวมร่างให้ดูกันระหว่างเจ้า Padfone+Padfone Station

Padfone Station Dock (ตัวคีย์บอร์ด) 
 
ก็คือตัวคีย์บอร์ดของตัวแท็บเล็ตอีกทีนั่นเอง โดยขนาดและรูปร่างงของมันก็พอๆกับตัวคีย์บอร์ของ Eee Pad Transformer รุ่นแรกเลย
  
พอร์ทต่างๆก็ยังมีมาให้อย่างครบครัน (มีพอร์ท USB มาให้ถึง 2 ช่องด้วย)
 
ก็มี Touchpad มาให้เช่นเคย (ส่วนตัวคีย์บอร์ดในภาพไม่มีสกรีนภาษาไทยมาให้ แต่ตัวที่จะมาขายจะมีนะครับ)
 
ถึงเวลารวมร่าง
  
  
 
รวมร่างครบทั้ง 3 ชิ้นแล้วก็กลายเป็นเหมือน Notebook ขนาดย่อมๆเลย แต่ใช้งานได้นานถึง 17 ชั่วโมงเลยครับ (แต่น้ำหนักก็ไม่ใช่เล่นๆเลย)

ปากกา Stylus Bluetooth และเคส
 
ตัว Padfone สามารถรองรับการใช้งานกับปากกา Stylus ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ ที่นอกจากจะใช้ขีดๆเขียนๆแทนนิ้วแล้ว ยังสามารถใช้สนทนา โทรออก-รับสายได้โดยเชื่อมกับกับตัว Padfone ผ่านทาง Bluetooth
 
หัวโตๆแบบนี้ รองรับหน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive ได้เป็นอย่างดี
 
ที่ตัวปากกามีปุ่ม Power (ใช้เปิดเพื่อนเชื่มต่อกับตัว Padfone และเอาไว้รับสายได้ด้วย) ถัดมาเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และช่องที่อยู่ตรงนิ้วโป้งก็เป็ช่องเสียบ microUSB สำหรับชาร์จไฟให้ปากกา
  
ตรงนี้ก็เป็นลำโพงสำหรับสนทนาและก็รูไมโครโฟน
 
จะมีตัวแอพฯที่บอกวิธีการเชื่อมต่อกับตัวปากกามาให้ในตัวเครื่องเลย
 
มีซอฟต์เคสมาให้ด้วย (แต่ใส่ได้แค่ตัวแท็บเล็ตนะ)
  
ตัวเคสสามารถปรับให้ใช้งานได้ตามความต้องการด้วย
 
ปิดท้ายด้วยอุปกรณ์ทั้งหมดที่มีของ ASUS Padfone

 
ความรู้สึกแรกสัมผัส
 
จากที่ได้ลองเล่นดูก็ค่อนข้างประทับใจมาก ในส่วนของตัว Padfone มีดีไซน์ รูปทรงที่สวยงาม ทั้งบางและเบา หน้าจอก็มีสีสันสวยงามด้วย Super AMOLED qHD ส่วนการใช้งานภายในนั้นก็ไหลลื่นมากๆ มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการตัวล่าสุดอย่าง Android 4.0 Cream Sandwich เลยด้วย แต่น่าเสียดายที่แบตฯที่ให้มานั้นน้อยไปหน่อย 

 
 
ในส่วนของอุปกรณ์ต่างๆก็ใช้งานได้ดีเลยทีเดียว เวลาที่ต่อเข้ากับ Padfone Station ก็จะแปลงร่างไปเป็นแท็บเล็ตเต็มรูปแบบเลย (ทั้งหน้าตาอินเตอร์เฟซและแอพฯพลิเคชั่นต่างๆ) อีกทั้งยังคงมีความไหลลื่นและตอบสนองได้ดีไม่ต่างกับตัว Padfone เลยทีเดียว ส่วนพวกคีย์บอร์ดก็จะคล้ายกับตัว Eee Pad Transformer รุ่นแรก (แต่มี USB มาให้ถึง 2 ช่องเลย)ก็ค่อนข้างสะดวกเวลาเล่นเว็บหรือพิมพ์งาน และยังมีปากกา Stylus ที่นอกจากจะใช้เขียนบนหน้าจอ Capacitive ได้แล้ว ก็ยังใช้เป็นบลูทูธสำหรับโทรออก-รับสายได้อีกด้วย(อันนี้สะดวกตอนอยู่ในโหมดแท็บเล็ต) แต่เมื่อรวมร่างกันครบแล้วตัวเครื่องก็จะมีน้ำหนักมากพอสมควรเลย
 
 
ลองไปชมวิดีโอรีวิว แกะกล่อง จาก SiamTab กันเลยครับ
  
 

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------
 


ขอขอบคุณทาง ASUS Thailand ที่ให้ยืมเครื่องมารีวิวในครั้งนี้ครับ